แบ็คกราวด์แสดงเนื้อหาเว็บ

นวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย เจาะลึกอาการ "สะบักจม" และ วิธีรักษาให้ตรงจุด


01/Jul/2026
01/Jul/2026 12:00 PM

อาการสะบักจม และ วิธีรักษาให้ตรงจุด


อาการปวดหลังร้าวไปถึงไหล่ นวดไปก็ไม่หาย บรรเทาได้ 2-3 วันก็กลับมาปวดเหมือนเคย เชื่อว่าเป็นอาการปวดที่หลายคนเคยเป็น เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของอาการสะบักจม (Scapulocostal Syndrome) ภาวะที่กล้ามเนื้อและพังผืดใต้กระดูกสะบักตึงตัวรุนแรงจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง พบมากถึง 40% ในกลุ่มวัยทำงานที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้มีอาการปวดร้าวลึก ๆ ซึ่งการนวดผ่อนคลายทั่วไปมักไม่สามารถเข้าถึงต้นตอของปัญหาได้


สาเหตุของอาการสะบักจม และ พฤติกรรมเสี่ยง


รู้จักอาการสะบักจม พร้อมเข้าใจสาเหตุของอาการปวดที่นวดธรรมดาแก้ไม่ได้

อาการสะบักจม เกิดจากความตึงเครียดสะสมของกล้ามเนื้อรอบสะบัก จนเกิดเป็นก้อนพังผืด (Trigger Point) หนาตัวขึ้นใต้กระดูกสะบัก ทำให้สะบักถูกดึงรั้งแนบติดกับซี่โครง เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ โดยนักกายภาพบำบัดจาก Rachata Gaya พบว่ากว่า 80% ของคนไข้ มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมเหล่านี้

  • พฤติกรรม Office Syndrome: นั่งทำงานท่าเดิมนานเกิน 4-6 ชั่วโมง นั่งห่อไหล่ ก้มหน้าพิมพ์งาน ทำให้กล้ามเนื้อสะบักถูกยืดค้างจนอักเสบเรื้อรัง หากไม่รักษาออฟฟิศซินโดรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะกลายเป็นพังผืดฝังลึก
  • การใช้งานกล้ามเนื้อผิดท่า (Overuse): สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นประจำ หรือการเอื้อมหยิบของผิดจังหวะ
  • กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล (Muscle Imbalance): มักพบในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก เน้นแต่กล้ามเนื้อหน้าอก แต่ละเลยการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลัง
  • ความเครียดสะสม: ร่างกายจะเกร็งบ่าและคอโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อลดลงถึง 30% ก่อให้เกิดก้อนพังผืดได้ง่ายขึ้น


    เช็กด่วน! อาการสะบักจมที่คนอาจสับสนว่าแค่ปวดคอบ่าไหล่ทั่วไป

    คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างการปวดกล้ามเนื้อธรรมดากับสะบักจม เช็กอาการของคุณได้จากตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ หากมีอาการตรงกับช่องขวา ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดโดยด่วน หากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นอาการไหล่ติดได้

    ลักษณะอาการ

    ปวดคอบ่าไหล่ทั่วไป

    อาการสะบักจม (Scapulocostal Syndrome)

    ลักษณะการปวด

    ปวดล้า ๆ ตึง ๆ บริเวณกล้ามเนื้อชั้นนอก

    ปวดลึก ๆ เจ็บแปลบใต้กระดูกสะบัก ร้าวขึ้นต้นคอหรือปลายนิ้ว

    การคลำพบก้อน

    อาจพบก้อนนิ่ม ๆ ที่กดแล้วคลายตัวได้ง่าย

    คลำพบก้อนพังผืดแข็งขึง (Taut Band) ใต้ขอบสะบัก กดแล้วเจ็บจี๊ด

    ผลจากการนวด

    นวดแล้วหายปวดทันที รู้สึกเบาสบาย

    นวดแล้วสบายแค่ชั่วคราว หรือเจ็บระบมมากขึ้นแต่เส้นไม่คลาย

    ผลกระทบต่อร่างกาย

    รู้สึกไม่สบายตัว ขยับตัวได้ปกติ

    ยกแขนได้ไม่สุด หายใจติดขัด เสี่ยงต่อภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder)


    วิธีรักษาอาการสะบักจมให้หายขาด


    วิธีรักษาอาการสะบักจม 4 ขั้นตอนทางกายภาพบำบัด

    การสลายก้อนพังผืดที่อยู่ลึกใต้กระดูกสะบัก ไม่สามารถทำได้ด้วยการบีบนวดทั่วไป แต่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะทางทางการแพทย์ โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

    1. ประเมินอาการ และ ตรวจหาจุดที่พังผืดเกาะรัด

    เริ่มต้นด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินโครงสร้างร่างกาย คลำหาตำแหน่งต้นตอที่พังผืดเกาะรัด (Active Trigger Point) เพื่อจำแนกประเภทความรุนแรงและวางแผนการรักษาให้แม่นยำ

    2. คลายกล้ามเนื้อชั้นตื้นเพื่อเปิดทาง

    ก่อนจะสลายพังผืดชั้นลึก ต้องทำการวอร์มอัพและคลายกล้ามเนื้อรอบนอกให้คลายตัวเสียก่อน เพื่อลดการบอบช้ำและเปิดช่องว่างให้เครื่องมือหรือมือของผู้รักษาเข้าถึงจุดที่ลึกที่สุดได้ง่ายขึ้น

    3. กดจุดและรีดเส้นสลายพังผืดชั้นลึก

    ใช้เทคนิคเฉพาะทางเพื่อรีดพังผืดที่ยึดเกาะระหว่างกระดูกสะบักและซี่โครงให้แยกออกจากกัน ช่วยสลายก้อนแข็งที่ซ่อนอยู่ เพื่อให้เลือดกลับไปไหลเวียนเลี้ยงกล้ามเนื้อได้อีกครั้ง

    4. ปรับสมดุลโครงสร้างและยืดเหยียด

    ปรับโครงสร้างร่างกายและแนะนำท่าทางที่ถูกต้อง พร้อมสอนการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ตรงจุด เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานสมดุลและป้องกันไม่ให้สะบักกลับมาจมซ้ำ

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการสะบักจม

    สะบักจม ปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายไหม?

    อันตรายมาก หากปล่อยไว้นานพังผืดจะเกาะรัดหนาขึ้นจนขัดขวางเส้นประสาทและหลอดเลือด อาการปวดจะทวีความรุนแรง นำไปสู่ภาวะไหล่ติดเรื้อรัง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบเล็กลง หรือแม้กระทั่งทำให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมก่อนวัยอันควรได้

    เป็นสะบักจม ห้ามกินหรือห้ามทำอะไรบ้าง?

    ควรหลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมนานๆ งดยกของหนัก และงดอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น ของหวานหรือแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ระยะเวลาฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับความเรื้อรัง หากเพิ่งมีอาการ กายภาพบำบัด 2-3 ครั้งจะช่วยให้ขยับแขนได้ดีขึ้น แต่หากเป็นเรื้อรังเกิน 6 เดือน อาจต้องรักษาต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมอย่างเคร่งครัด

    สรุป

    อาการสะบักจมไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าธรรมดา แต่เป็นปัญหาของพังผืดชั้นลึกที่ส่งผลเสียต่อโครงสร้างร่างกาย หากคุณปวดเรื้อรังและนวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดทำลายคุณภาพชีวิต ที่ Rachata Gaya เราพร้อมดูแลด้วยทีมนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ค้นหาจุดที่เป็นปัญหาและแก้ให้ตรงจุด เพื่อคืนอิสระในการเคลื่อนไหวให้คุณอีกครั้ง

    คืนความคล่องตัวให้ร่างกายของคุณวันนี้ที่ Rachata Gaya

    บล็อคที่เพิ่งดูไป

    Contact us