หลายคนที่ทีอาการปวดส้นเท้าเรื้อรัง ปวดเอ็นข้อศอก หรือมีจุดกดแล้วเจ็บที่กล้ามเนื้อมานานกว่า 3 เดือน คงจะเคยได้ยินคำว่า "ช็อคเวฟ" ผ่านหูมาบ้าง แต่พอลองหาข้อมูลจริงจังกลับสงสัยว่าช็อคเวฟคืออะไรกันแน่ ต่างจากการนวดหรือทำกายภาพแบบทั่วไปอย่างไร และเหมาะกับอาการของตัวเองหรือเปล่า วันนี้รัชตกายาจะพาไปทำความเข้าใจหลักการทำงานของคลื่นกระแทก กลุ่มอาการอะไรบ้างที่ช็อคเวฟช่วยได้ดี ไปจนถึงปัจจัยที่มีผลต่อราคา เพื่อให้ตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ช็อคเวฟ (Shockwave Therapy) คืออะไร
ช็อคเวฟ หรือ Shockwave Therapy คือการรักษาด้วยคลื่นกระแทกพลังงานสูงที่ยิงผ่านผิวหนังลงไปสู่เนื้อเยื่อชั้นลึกบริเวณที่มีอาการปวดหรืออักเสบเรื้อรัง โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในวงการกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬามานานหลายสิบปี เดิมทีมีต้นกำเนิดจากการสลายนิ่วในไต ก่อนจะถูกพัฒนาต่อยอดมาใช้กับปัญหาเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และพังผืดที่อักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการทำงานของคลื่นกระแทก
หลักการของคลื่นช็อคเวฟคือการส่งพลังงานเสียงความถี่สูงเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บใหม่ในระดับไมโคร (Microtrauma)" บริเวณเนื้อเยื่อที่มีปัญหาเรื้อรัง ซึ่งเป็นระดับการบาดเจ็บที่ควบคุมได้และปลอดภัย อาจจะฟังดูขัดแย้งในตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วกลไกนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และเร่งกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพหรืออักเสบเรื้อรังให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น ทำให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่เคยอักเสบเรื้อรังฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากอาการบาดเจ็บทั่วไปที่ร่างกายมักหยุดกระบวนการซ่อมแซมไปแล้วเมื่อกลายเป็นอาการเรื้อรัง คลื่นกระแทกจึงเข้ามาช่วย "ปลุก" กระบวนการนี้ให้กลับมาทำงานอีกครั้ง

ช็อคเวฟรักษาอาการอะไรได้บ้าง
การรักษาด้วยช็อคเวฟเหมาะกับกลุ่มอาการปวดเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็น พังผืด และกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอาการที่รักษาด้วยการพักหรือยาแก้ปวดแล้วยังไม่ดีขึ้น อาการที่เหมาะสมกับการทำช็อคเวฟ กายภาพได้แก่
รองช้ำ
รองช้ำ หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เป็นหนึ่งในอาการที่ช็อคเวฟใช้รักษาได้ผลดีที่สุด อาการมักเป็นปวดส้นเท้าตอนเช้าที่เพิ่งลุกจากเตียง หรือปวดหลังยืน-เดินนาน ๆ คลื่นกระแทกจะช่วยลดการอักเสบของพังผืดและกระตุ้นการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อบริเวณส้นเท้าให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ดังนั้นช็อคเวฟ รองช้ำ ถือเป็นการรักษาที่ตรงจุดและได้รับความนิยมสูงมาก
เอ็นอักเสบเรื้อรัง
ไม่ว่าจะเป็นเอ็นข้อศอกอักเสบ (เทนนิสเอลโบว์) เอ็นไหล่อักเสบ หรือเอ็นร้อยหวายอักเสบ ล้วนเป็นอาการที่มักเรื้อรังเพราะเส้นเอ็นมีเลือดไปเลี้ยงน้อย ทำให้ซ่อมแซมตัวเองได้ช้า ช็อคเวฟจึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในจุดที่เข้าถึงยากเหล่านี้ได้ตรงจุด
จุดกดเจ็บกล้ามเนื้อ (Trigger Point)
สำหรับวัยทำงานที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมสะสม มักมีจุดปวดตึงจนเป็นก้อนแข็งที่สะบัก หรือมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดสะบักหลัง การใช้ช็อคเวฟจะช่วยสลายปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง เพราะช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อส่วนที่การกดนวดทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้
ทำช็อคเวฟเจ็บไหม ต้องทำกี่ครั้ง
หลายคนกังวลว่าการรักษาด้วยช็อคเวฟจะเจ็บมากไหม? แต่ในความเป็นจริงความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของคลื่นและความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน ส่วนใหญ่จะรู้สึกเหมือนถูกเคาะหรือกระแทกเบา ๆ ที่บริเวณผิวหนัง และสามารถปรับความแรงลงได้หากรู้สึกเจ็บเกินไป หลังทำอาจมีรอยแดงหรือช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่รักษา สามารถหายไปเองภายในไม่กี่วัน
ส่วนจำนวนครั้งที่ต้องทำนั้นแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็นมา โดยทั่วไปมักทำต่อเนื่องเป็นคอร์สห่างกันประมาณสัปดาห์ละครั้ง มักจะรู้สึกเบาลงและขยับตัวได้ดีขึ้นตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรกที่ทำ และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นหลังทำครบคอร์ส ไม่ใช่การรักษาที่ให้ผลทันทีในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ช็อคเวฟไม่เหมาะกับทุกคน แม้จะเป็นการรักษาที่ปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังโดยเฉพาะผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ มีเนื้องอกหรือมะเร็งในบริเวณที่จะรักษา หรือมีภาวะเลือดออกง่าย ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ทราบก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง

ช็อคเวฟราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับอะไร
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจ คือเรื่อง “ช็อคเวฟ ราคาเท่าไหร่?” “ค่าใช้จ่ายในการทำช็อคเวฟ กายภาพ ราคา”เป็นสิ่งที่คนค้นหากันมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงราคาของการรักษาด้วยคลื่นช็อคเวฟไม่ได้มีกำหนดแบบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
- ตำแหน่งและขนาดของอาการ เช่น หากเป็นรองช้ำที่ส้นเท้าอาจใช้เวลาต่างจากเอ็นไหล่อักเสบที่ตำแหน่งเข้าถึงยากมากกว่า
- จำนวนครั้งที่ต้องทำต่อคอร์ส หากมีอาการปวดเรื้อรังมานาน มักต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้นเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
- ความเข้มข้นของพลังงานที่ใช้ นักกายภาพบำบัดจะประเมินจากความไวต่อความเจ็บและความรุนแรงของอาการแต่ละคนก่อนทำการรักษา
- เทคโนโลยีเครื่องที่ใช้ เครื่องช็อคเวฟแต่ละรุ่นมีความแม่นยำและประสิทธิภาพต่างกัน
ด้วยเหตุนี้ การประเมินราคาที่แม่นยำจึงควรมาจากการตรวจประเมินอาการจริงกับนักกายภาพบำบัดก่อน มากกว่าการอิงตัวเลขกลาง ๆ ที่หาได้ทั่วไป
ช็อคเวฟที่รัชตกายา คลินิก แตกต่างอย่างไร
ที่รัชตกายา คลินิก การทำช็อคเวฟไม่ได้ใช้ค่าความเข้มข้นหรือระยะเวลาแบบสูตรสำเร็จเดียวกับทุกคน แต่นักกายภาพบำบัดจะประเมินอาการ ตำแหน่งที่ปวด และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนก่อนปรับพารามิเตอร์การรักษาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นอาการรองช้ำ เอ็นอักเสบเรื้อรัง หรือปวดหลังร้าวลงขาปวดสะบักหลัง เพื่อให้การรักษาแต่ละครั้งได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยมากที่สุด สามารถดูรายละเอียดบริการอื่น ๆ ของคลินิกเพิ่มเติมได้ที่รัชตกายา คลินิก
หากมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดสะบักหลัง หรือรองช้ำที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินอาการก่อนตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

สรุป ช็อคเวฟ รักษาอาการปวดเรื้อรังได้ผลจริงไม่
ช็อคเวฟ (Shockwave Therapy) คือการรักษาด้วยคลื่นกระแทกพลังงานสูงที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน เหมาะกับอาการรองช้ำ เอ็นอักเสบเรื้อรัง และจุดกดเจ็บกล้ามเนื้อที่รักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ค่อยดีขึ้น ระหว่างทำอาจรู้สึกเหมือนถูกเคาะเบา ๆ ต้องทำต่อเนื่องเป็นคอร์สจึงจะเห็นผลชัดเจน ส่วนราคาช็อคเวฟกายภาพนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งอาการ จำนวนครั้ง และความเข้มข้นที่ใช้ในแต่ละเคส ไม่มีตัวเลขตายตัว ที่รัชตกายา คลินิก การรักษาด้วยคลื่นช็อคเวฟจะถูกปรับให้เหมาะกับอาการและความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด
ผู้เขียน
ทีมนักกายภาพบำบัด คลินิกรัชตกายา
รัชตกายา คลินิกกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล (Personalized Care) เชี่ยวชาญการรักษาอาการปวดเรื้อรังและออฟฟิศซินโดรม ผสานเทคโนโลยีทันสมัยกับศาสตร์ Manual Therapy เพื่อการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
FAQ
1. ปวดสะบักซ้ายอย่างเดียว อันตรายไหม
หากปวดเฉพาะกล้ามเนื้อจากท่าทางผิดปกติ มักไม่อันตราย แต่ถ้าร่วมกับอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือร้าวลงแขน ควรรีบพบแพทย์เพื่อแยกสาเหตุอื่นออกก่อน
2. ปวดหลังร้าวลงขาต้องผ่าตัดหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หากตรวจพบและเข้ารับการทำกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรก การผ่าตัดมักพิจารณาเฉพาะเคสที่มีอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม
3. ต้องทำกายภาพบำบัดกี่ครั้งถึงจะดีขึ้น
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็น โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำต่อเนื่องหลายครั้ง ซึ่งนักกายภาพบำบัดจะประเมินและวางแผนความถี่ที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคล
4. วิธีแก้อาการปวดสะบักหลังด้วยตัวเองเบื้องต้นทำอย่างไร
ปรับท่านั่งให้หลังตรง พักสายตาและยืดกล้ามเนื้อทุก 1 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการก้มคอนาน ๆ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรพบนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินอย่างละเอียด


