นักกายภาพบำบัด รัชตกายาคลินิก รักษาตั้งแต่ต้นตอของอาการเจ็บปวด
นักกายภาพบำบัดของรัชตกายาคลินิก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นปวดหลัง ปวดคอ อาการไหล่ติด ไปจนถึงออฟฟิศซินโดรม โดยรักษาที่ต้นเหตุของอาการปวด ตั้งแต่ประเมินอาการ วางแผนการรักษา) ไปจนถึงทำหัตถการ เพื่อไม่ให้กลับมาเจ็บบริเวณเดิมซ้ำ ๆ
จุดเด่นที่ทำให้นักกายภาพบำบัดของเราแตกต่างจากที่อื่น คือการตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดทั่วทั้งร่างกาย ไม่ได้มองแค่จุดที่ปวด แต่วิเคราะห์ถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละคน ก่อนจะออกแบบโปรแกรมการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Therapy) ผสมผสานหัตถการกับเทคโนโลยี เพื่อรักษาอาการปวดอย่างตรงจุดที่สุด

ทีมนักกายภาพบำบัดรัชตกายา เชี่ยวชาญด้านไหนบ้าง?
ทีมนักกายภาพบำบัดรัชตกายา เชี่ยวชาญการรักษาอาการปวดเรื้อรังที่เกิดการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ รองช้ำ ออฟฟิศซินโดรม ไปจนถึงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ฟื้นฟูร่างกายของผู้เข้าการรักษาให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
นักกายภาพบำบัดรัชตกายา ได้รับการฝึกอบรมแบบไหน?
นักกายภาพบำบัดทุกคนมีใบประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดตามกฎหมาย และผ่านการฝึกฝนเพิ่มเติมเฉพาะทางด้านเทคนิคหัตถการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัชตกายาคลินิกยังมีการอบรมในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเข้าใจคนไข้ รับฟังปัญหาของผู้เข้ารับการรักษา และฝึกตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียด เพื่อรักษาต้นเหตุของอาการและให้ลูกค้าทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เทคนิคที่นักกายภาพบำบัดรัชตกายาใช้รักษา มีอะไรบ้าง?
นักกายภาพบำบัดรัชตกายา มีเทคนิคการรักษาอาการเจ็บปวดที่ทันสมัยทั้งหมด 8 วิธี โดยเลือกผสมผสานเทคนิคการรักษาได้มากกว่า 1 วิธีตามผลตรวจประเมิน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับอาการของแต่ละคนมากที่สุด
Rachatagaya™ Signature Manual Therapy
โปรแกรมการทำหัตถการเต็มรูปแบบ ทั้งการคลายพังผืด คลายจุดกดเจ็บ กดกล้ามเนื้อชั้นลึก และการขยับดัดดึงข้อต่อ ที่ดูแลทุกขั้นตอนโดยนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ
Shockwave
ใช้คลื่นกระแทกกระตุ้นให้ร่างกายบาดเจ็บและซ่อมแซมตัวเอง ช่วยสลายพังผืดได้ดี เหมาะกับรักษาออฟฟิศซินโดรม รองช้ำ และปวดเรื้อรัง
Ultrasound Therapy (US)
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งความร้อนลึกไปยังใต้ผิวหนัง เพื่อลดการอักเสบและคลายจุดกดเจ็บ (Trigger Point)
Electrical Stimulation Therapy
ใช้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ กระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่ตึงตัว ช่วยลดบวมและชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
Combination Therapy (ES+US)
รักษาโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์ร่วมกับกระแสไฟฟ้า ลดจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ดี
Taping
รักษาด้วยเทฟพยุงข้อต่อ เป็นการยกผิวหนังขึ้นเพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองในร่างกายไหลเวียนได้ดี และช่วยเพิ่มหรือจำกัดการทำงานในกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ
Hot Pack
ประคบร้อน เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
Personalize Exercise
ออกกำลังกายปรับโครงสร้างเฉพาะบุคคล เพื่อให้อาการปวดหายอย่างยั่งยืนและไม่กลับมาเป็นซ้ำ

นักกายภาพบำบัดใกล้ฉัน มีสาขาไหนบ้าง?
รัชตกายาคลินิกเรามีสาขาทั้งหมด 9 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และนนทบุรี ทุกสาขาเปิดบริการทุกวัน 09.00–20.00 น. ให้คุณเลือกนักกายภาพบำบัดใกล้บ้านได้สะดวกไม่ต้องเดินทางไกล
- สาขาบางนา: 718/51 หมู่บ้านพลัสพาร์ค ถนนลาซาล 40 บางนา กรุงเทพฯ
- สาขาบางแค: 39/27 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ
- สาขาดอนเมือง: 102/211 ซอยสรงประภา 13 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
- สาขาสายไหม: ห้อง D5-6 ปั๊มบางจากสุขาภิบาล 5 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ
- สาขาชิดลม: 518/5 ชั้น 8 ตึกมณียาเซนเตอร์ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
- สาขาปิ่นเกล้า: เซนทรัลปิ่นเกล้า ห้อง OF2422/3 ชั้น 4 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
- สาขาชัยพฤกษ์: ห้อง D107 เดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ 99/9 ถนนชัยพฤกษ์ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี
- สาขาลาดพร้าว: ห้อง 2A-1 เดอะวัน ลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 98/1 กรุงเทพฯ
- สาขาเสรีไทย: ห้อง A10 ซอยเสรีไทย 22 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
สามารถเช็กสาขาใกล้เคียงและเวลาเปิดปิดได้ที่หน้าสาขาทั้งหมด หรือจองคิวนักกายภาพบำบัดล่วงหน้าผ่าน LINE: @rachatagaya
ควรนัดนักกายภาพบำบัดสาขาไหน เลือกยังไงให้เหมาะ?
ควรเลือกคลินิกกายภาพบำบัดที่มีสาขาใกล้บ้าน เพื่อให้ง่ายต่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและเดินทางสะดวก โดยทุกสาขาของรัชตกายาคลินิกใช้มาตรฐานการรักษาเดียวกัน ทั้งการตรวจประเมินแบบ Personalized Therapy หัตถการ และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถเลือกสาขาที่สะดวกกับคุณที่สุดได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษากับนักกายภาพบำบัดรัชตกายา
นักกายภาพบำบัดต่างจากการนวดแผนไทยอย่างไร
นักกายภาพบำบัด จะตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดและวางแผนการรักษาตามความเหมาะสม ส่วนการนวดแผนไทยจะเน้นไปที่การใช้มือกด คลึง และดัด เพื่อคลายกล้ามเนื้อ มากกว่ารักษาอาการปวดแบบตรงจุด
ควรพบนักกายภาพบำบัดกี่ครั้ง ถึงจะรู้ว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล?
โดยทั่วไปหลังจากการรักษาประมาณ 1-2 ครั้ง ผู้เข้ารับการรักษาจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง เช่น ขยับตัวได้ดีขึ้นหรือปวดลดลงบางส่วน ส่วนระยะเวลาที่หายขาดขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาที่มีอาการของแต่ละคน
นักกายภาพบำบัดรักษาอาการปวดเรื้อรังได้จริงไหม ต่างจากการกินยาแก้ปวดอย่างไร?
รักษาได้จริง เพราะการทำกายภาพบำบัดเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ ผ่านหัตถการและออกกำลังปรับโครงสร้าง แต่ยาแก้ปวดแค่บรรเทาความเจ็บปวดชั่วคราว ไม่ได้แก้ที่สาเหตุ เมื่อหมดฤทธิ์ยาอาการจึงมักกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
นักกายภาพบำบัดที่ดีควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ก่อนเลือกคลินิกควรดูอะไร?
นักกายภาพบำบัดต้องมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดก่อนรักษาทุกครั้ง และวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนมีระดับความปวดและจุดที่ปวดไม่เหมือนกัน
ทำกายภาพบำบัดแบบมีใบส่งตัวกับไม่มี ต่างกันไหม?
ต่างกันตรงที่การเบิกค่ารักษาพยาบาล การทำกายภาพบำบัดแบบมีใบส่งตัวจากแพทย์สามารถใช้เบิกประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ หรือประกันสุขภาพส่วนบุคคลได้ หากไม่มีใบส่งตัวจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเอง เว้นแต่มีประกันที่ครอบคลุมการรักษาโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว


