แบ็คกราวด์แสดงเนื้อหาเว็บ

หมอนรองกระดูก คืออะไร ทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงเสื่อมและปลิ้นได้


28/Aug/2026
28/Aug/2026 12:00 AM

หมอนรองกระดูก เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกสันหลังที่มีบทบาทอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่หลายคนมักจะเริ่มให้ความสนใจก็ต่อเมื่อเกิดอาการปวดหลัง หรือมีปัญหาหมอนรองกระดูกเสื่อมและปลิ้นจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจว่าหมอนรองกระดูก คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และมีสาเหตุจากอะไร จะช่วยให้เราดูแลและป้องกันได้อย่างถูกวิธี

หมอนรองกระดูก คือ

หมอนรองกระดูก คืออะไร อยู่ตรงไหน

หมอนรองกระดูก คือ แผ่นกระดูกอ่อนลักษณะคล้ายโช้คอัพ หรือหมอนนุ่ม ๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ตั้งแต่ช่วงคอลงไปจนถึงเอว มีหน้าที่ในการลดแรงกระแทก สร้างความยืดหยุ่น และกระจายน้ำหนัก

ตำแหน่งของหมอนรองกระดูกในกระดูกสันหลัง

หากสงสัยว่าหมอนรองกระดูก อยู่ตรงไหนคำตอบ คือ จะแทรกอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น ตั้งแต่บริเวณคอ อก ลงไปจนถึงหลังส่วนล่าง ทำหน้าที่เป็นข้อต่อเชื่อมชิ้นกระดูกสันหลังเข้าด้วยกันทั้งแถว

โครงสร้างของหมอนรองกระดูก

โครงสร้างทางกายวิภาคของหมอนรองกระดูกประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก

  • Anulus Fibrosus (วงแหวนไฟเบอร์): พังผืดเหนียวแกร่งชั้นนอกที่ห่อหุ้มโครงสร้างทั้งหมดเอาไว้
  • Nucleus Pulposus (แกนเจลด้านใน): สารลักษณะคล้ายเจลนุ่ม ๆ มีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่รับแรงกดทับ


หมอนรองกระดูก ทำหน้าที่อะไร

รองรับแรงกระแทกระหว่างเคลื่อนไหว

หน้าที่หลัก คือ รองรับแรงกระแทกระหว่างเคลื่อนไหว เหมือนเป็นโช้คอัพของร่างกายที่คอยกระจายและดูดซับแรงกดทับจากการเดิน วิ่งหรือยกของหนัก ไม่ให้กระดูกสันหลังกระแทกกันโดยตรง

ช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้ยืดหยุ่น

ช่วยให้ลำตัวสามารถก้ม เงย เอียง หรือเอี้ยวตัวไปมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากโครงสร้างสมบูรณ์ ร่างกายจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยไม่รู้สึกขัดหรือเจ็บปวด


ทำไมหมอนรองกระดูกถึงเสื่อมหรือปลิ้นได้

สาเหตุของหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือปลิ้น เกิดจากเมื่อเวลาผ่านไป หรือมีการใช้งานร่างกายผิดวิธี สารน้ำในแกนเจลจะเริ่มลดลง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่น ฝ่อตัวลง และเกิดรอยแตกร้าวที่ผนังด้านนอกได้ง่าย ซึ่งนำไปสู่ภาวะ หมอนรองกระดูกปลิ้น หรือเคลื่อนตัวออกผิดตำแหน่ง

หมอนรองกระดูกเสื่อม

พฤติกรรมและอายุที่เร่งความเสื่อม

พฤติกรรมและอายุมีส่วนเร่งความเสื่อมของหมอนรองกระดูก

  • ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น การเก็บกักน้ำในหมอนรองกระดูกจะลดลงตามธรรมชาติ
  • พฤติกรรมการนั่งผิดท่า: การนั่งหลังคด นั่งแอ่น หรือก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน
  • การยกของหนักผิดวิธี: ใช้หลังก้มยกแทนการใช้กล้ามเนื้อขา
  • น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน: ทำให้กระดูกสันหลังต้องแบกรับน้ำหนักตลอดเวลา

แรงกดทับจนหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท

เมื่อผนังวงแหวนชั้นนอกเกิดรอยแตกร้าว แกนเจลนุ่ม ๆ ด้านในจะทะลักหรือดันตัวออกมาภายนอก หากไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างชัดเจน


วิธีดูแลป้องกันหมอนรองกระดูกเสื่อม

วิธีดูแลป้องกันหมอนรองกระดูกเสื่อมที่ดี คือ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ปรับท่าทางและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

  • นั่งทำงานด้วยท่าทางที่ถูกต้อง หลังตรง และเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 45-60 นาที
  • ยกของหนักโดยใช้การย่อเข่าแล้วใช้แรงขาดันตัวขึ้น แทนการก้มหลัง
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเอี้ยวตัวกะทันหัน หรือการเกร็งหลังผิดท่า

ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

การออกกำลังกายที่เน้นเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง (Core Muscles) เช่น การเล่นแพลงก์ (Plank) หรือโยคะ จะช่วยสร้างเสาเข็มธรรมชาติมาค้ำจุนและลดภาระการรับน้ำหนักของกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี


สรุป

หมอนรองกระดูก เป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่กระดูกสันหลัง แม้ความเสื่อมจะเกิดขึ้นตามอายุ แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเสื่อมก่อนวัยอันควรจนนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้น การปรับท่าทางร่วมกับการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

หากคุณเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือมีปัญหาปวดบริเวณอื่น เช่น อาการ ปวดสะบักหลัง หรือสงสัยว่าตนเองมีภาวะกระดูกสันหลังคด ร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนรักษาอย่างตรงจุด หรือนัดหมายปรึกษารัชตกายา


Line icon จองคิวรักษา


เพื่อขอรับคำแนะนำ และแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง


คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก (FAQ)

หมอนรองกระดูก อยู่ตรงไหนของร่างกาย?

หมอนรองกระดูกแทรกอยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลังทุกชิ้น ตั้งแต่บริเวณกระดูกคอ (Cervical) กระดูกอก (Thoracic) ไปจนถึงกระดูกเอวและหลังส่วนล่าง (Lumbar)

หมอนรองกระดูกเสื่อม กับหมอนรองกระดูกปลิ้น ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ หมอนรองกระดูกเสื่อม เป็นกระบวนการทรุดโทรม สูญเสียน้ำ ยุบตัวลง และมีความยืดหยุ่นลดลงตามอายุหรือใช้งานหนัก ในขณะที่ หมอนรองกระดูกปลิ้นคือ ภาวะที่ผนังด้านนอกแตกหรือฉีกขาด จนสารเจลด้านในปลิ้นทะลักออกมาดันหรือกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกเสื่อม เริ่มพบได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมตามธรรมชาติได้ตั้งแต่อายุ 20-30 ปีขึ้นไป แต่หากมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งนาน ยกของหนัก หรือน้ำหนักตัวมาก อาจแสดงอาการเสื่อมเร็วกว่าปกติได้

หมอนรองกระดูกปลิ้น อันตรายแค่ไหน?

หากปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท อาจส่งผลให้มีอาการปวดร้าว ชา กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือในเคสที่รุนแรงมากอาจสูญเสียการควบคุมการขับถ่าย ซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน

หมอนรองกระดูกเสื่อม รักษาด้วยกายภาพบำบัดได้ไหม?

สามารถรักษาได้ กายภาพบำบัดช่วยลดอาการปวด คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ดึงยืดกระดูกสันหลัง และฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพื่อให้กลับมาใช้งานชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดในผู้ป่วยส่วนใหญ่

ต้องเอ็กซเรย์หรือ MRI ก่อนตรวจหมอนรองกระดูกไหม?

ไม่จำเป็นต้องทำทันทีในทุกราย นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์สามารถตรวจประเมินทางกายภาพและระบบประสาทเบื้องต้นได้ แต่หากมีอาการปวดรุนแรง ชา หรืออ่อนแรง ชัดเจน การทำ MRI จะช่วยระบุตำแหน่งและระดับการกดทับได้อย่างละเอียด

ป้องกันหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ไหม ถ้าทำงานนั่งโต๊ะ?

ป้องกันได้โดยการจัดโต๊ะทำงานให้ถูกหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) นั่งหลังตรง ปรับระดับจอภาพให้อยู่ในระดับสายตา ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 1 ชั่วโมง และออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องเป็นประจำ

บล็อคที่เพิ่งดูไป

Contact us